20 มกราคม 2553

Games Online

เกมออนไลน์ (online game) หมายถึง วิดีโอเกมที่เล่นบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ต เกมออนไลน์มีส่วนที่คล้ายคลึงกับเกมหลายผู้เล่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Multiplayer) เกมออนไลน์ส่วนมากจะเป็นเกมแบบ MMO (Massive Multiplayer Online) หรือก็คือเกมหลายผู้เล่นที่รับจำนวนผู้เล่นได้มหาศาลในพื้นที่ๆหนึ่ง (ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป)


สำหรับในประเทศไทย ถ้าพูดถึงคำว่าเกมออนไลน์ จะหมายถึงเกมที่ต้องเล่นผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งการที่เกมออนไลน์ ได้รับความนิยมมากเนื่องจาก

1.ผู้เล่นได้เข้าสังคมจึงรู้สึกสนุกที่จะมีเพื่อนเล่นเกมไปด้วยกันมากกว่าการเล่นเกมคนเดียว
2.เกมออนไลน์หลายเกมที่มีกราฟิกที่สวยงามมาก จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนหันมาเล่นเกมออนไลน์
3.เกมออนไลน์มีกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งมีการเพิ่มแผนที่ในเกม อาวุธ ชุด มอนสเตอร์ใหม่ๆ และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ประเภทของเกมออนไลน์ในประเทศไทย

MMORPG (Massively multiplayer online role-playing game)
คือเกม MMO แบบเกมเล่นตามบทละครที่ผู้เล่นต้องทำการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ซื้อขายของและรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เก็บค่าประสบการณ์และเลือกอาชีพ ลักษณะเด่นของเกมประเภทนี้คือโลกที่กว้างใหญ่ให้ผู้เล่นสำรวจ
Casual
คือเกม MMO แบบเกมผ่อนคลาย เช่น เกมแข่งรถ, เกมการ์ด, รวมไปถึงเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ส่วนมากมักจะใช้ระบบล็อบบี้ (ผู้เล่นคนหนึ่งสร้างห้อง ผู้เล่นที่เหลือเข้ามาร่วมเล่น) บางเกมมีการเก็บเงินและค่าประสบการณ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมไปถึงเกมชุมชม (ไม่มีการต่อสู้ มีแต่การพูดคุย) , เกมดนตรี, การ์ดเกม

อ่านต่อที่นี่...

Hi5


Hi5 เป็นเว็บไซต์ในลักษณะเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก มีจำนวนสมาชิกลงทะเบียนใช้งานอยู่กว่า 65 ล้านรายทั่วโลก สมาชิกส่วนใหญ่ใช้ไฮไฟฟ์ในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แชร์รูปภาพกันดู ในแต่ละวันจะมีสมาชิกเข้ามาใช้บริการจากทั่วโลกนับล้านราย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


ประวัติ Hi5
ลามู ยาละมันชัย นักศึกษาปริญญาตรีชาวอเมริกัน ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ที่เรียนปริญญาตรีทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ก่อตั้ง SponsorNet New Media ธุรกิจตัวแทนโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต ในปี 2004 (ปี 2547) โดยยาละมันชัย ได้เห็นว่าระบบการโฆษณาผ่านแบนเนอร์แบบเก่าๆ ที่อาจไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และพฤติกรรมการสร้างอัลบั้มรูปแล้วพูดคุยกัน การเกิดกลุ่มเพื่อนที่คอยอัปเดตข่าวแต่ละคนทางอินเทอร์เน็ต จึงได้เกิดเป็นเว็บไซต์ไฮไฟฟ์

ไฮไฟฟ์ เป็นเว็บไซต์ประเภท Social Network หรืออาจเรียกในภาษาไทยว่า “เครือข่ายสังคม” หรือ “เครือข่ายมิตรภาพ” หรือ “กลุ่มสังคมออนไลน์” คือบริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดโยงระหว่างบุคคลแต่ละคนที่มีเครือข่ายสังคมของตัวเองผ่านเน็ตเวิร์คอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเชื่อมโยงบริการต่างๆ อย่าง เมล์ เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก ฯลฯ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีก็กลุ่มย่อยตามความสนใจร่วมกัน เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานเสือภูเขา กลุ่มแฟนคลับเดธโน้ต เป็นต้น โดยคนที่ลงทะเบียนสมัครจะกรอกข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ อัลบั้มรูป โดยเชื่อมเครือข่ายสังคมและเครือข่ายมิตรภาพเข้าด้วยกัน ด้วยการแชร์รูป แชร์ไฟล์ดูกัน[3]

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมอื่นๆ เช่น การฝังวิดีโอคลิป ฝังจอเล่นเพลง ฝังจอพิเศษที่นำรูปทั้งหมดของเรามาเล่นเรียงแบบฉายสไลด์ ซึ่งอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เรียกว่า วิดเจ็ต (Widget) และยังเป็นฐานเปิดกว้างให้บริการอื่นๆ ร่วมด้วยอย่าง เว็บรับฝากคลิปวิดีโอ ยูทูบ หรือ หรือเว็บรับฝากเพลง iMeem นอกจากนี้ยังมีจอพิเศษที่จะฉายอัลบั้มรูปเราแบบสไลด์ของ slide.com และมีเกมสั้นๆ ง่ายๆ สไตล์ Flash Game อีกชิ้นส่วนสำคัญคือหน้าจอ หรือที่เรียกว่า สกิน เป็นพื้นหลังแบ็กกราวนด์ ที่สามารถเลือกลวดลายและรูป ที่สามารถดาวน์โหลดได้ตามเว็บ และอีกลูกเล่นคือ กลิตเตอร์ (Glitter) การ์ตูนขยับหรือภาพ “ดุ๊กดิ๊ก” ที่ผู้ใช้สามารถคัดลอกโค้ดไปแปะในหน้าของตัวเองและส่งให้เพื่อนๆ กันอย่างแพร่หลาย

และหลังจากที่คู่แข่งอย่าง เฟซบุ้ก เปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์หรือใครก็ได้สร้างวิดเจ็ตขึ้นไปแปะบนหน้าเฟซบุ้กตัวเอง และแจกจ่ายให้แพร่หลายออกไปได้ ซึ่งไฮไฟฟ์เคยควบคุมไว้โดยตลอด แต่ต่อมา ไฮไฟฟ์ร่วมมือกับมายสเปซ ให้กูเกิ้ล ช่วยพัฒนาระบบชื่อ “Open Social” ซึ่งจะเป็นการเปิดกว้างให้มีวิดเจ็ตเช่นเดียวกับเฟซบุ้ก

ที่มา http://th.wikipedia.org

อ่านต่อที่นี่...
19 มกราคม 2553

Twitter (2)

Twitter ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
หากจะว่าไปแล้ว Twitter จะมีลักษณะคล้ายกับการส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ
หรือ SMS ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก เพียงแต่เปลี่ยนจากการ
ส่ง SMS แบบที่ว่ามาเป็นการพิมพ์ข้อความบนหน้าเว็บไซต์แทนนั่นเอง

บอกความเคลื่อนไหวของคุณให้โลกได้รู้



ลักษณะการใช้งาน Twitter โดยทั่วไปจะป็นการประกาศเรื่องราวของตนเองให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ เช่น ดารา นักร้องมักจะใช้ Twitter เพื่อประกาศว่าตอนนี้พวกเขากำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอะไร หรือกำลังจะเดินทางไปเปิดคอนเสิร์ตที่ไหนบ้าง แน่นอนว่าเหล่าแฟนคลับของคนดังที่ว่าก็จะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของดาราที่ตนชื่นชอบได้อย่างรวดเร็วตามไปด้วย

รับ-ส่งข้อความระหว่างเพื่อน / กลุ่มสังคม / องค์กร

นอกจากนี้ Twitter ก็ยังสามารถใช้เพื่อรับ-ส่งข้อความโต้ตอบกันผ่านหน้าเว็บไซต์แทนการสื่อสารรูปแบบอื่น เช่น การรับ-ส่งอีเมล์ที่อาจจะต้องเสียเวลาดาวน์โหลดครู่หนึ่ง หรือการโทรศัพท์ที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น เพราะเพียงแค่คุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วเปิดหน้าเว็บไซต์ Twitter ของคุณ ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนหรือคนโปรดของคุณกำลังทำอะไรอยู่ และคุณยังสามารถโต้ตอบผ่าน 140 ตัวอักษรกลับไปยังคนเหล่านั้นได้ทันทีอีกด้วย

ที่มา : หนังสือ เล่นเว็บสุดฮิต Twitter + Facebook, สำนักพิมพ์ ไอดีซี อินโฟ ดิสทริบิวเตอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด

อ่านต่อที่นี่...
13 มกราคม 2553

Twitter (1)






Twitter เป็นอีกหนึ่งบริการเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ (หรือที่ภาษาอังกฤษมักจะเรียกว่า Online Social Network) รุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แพ้ Hi5 หรือ Facebook ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก่อนหน้านี้

Twitter คืออะไรกันแน่ ?

ทวิตเตอร์ (Twitter) เป็นอีกหนึ่งบริการบนโลกออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้คุณพิมพ์ข้อความสั้นจำนวน 140 ตัวอักษร เพื่อประกาศให้คนอื่น ๆ ได้รู้ว่าตอนนี้คุณกำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ โดยแนวคิดแรกเริ่มในการสร้างบริการ Twitter ขึ้นมานั้น เกิดจากคำถามยอดนิยมซึ่งฝรั่งมักถามเวลาเจอหน้ากันนั่นก็คือ "What are you doing ?" หรือ "ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ ?"
หากจะเปรียบเทียบกับคนไทยก็คงเป็นคำถามประมาณว่า "เป็นอย่างไรบ้าง ?" "ไปไหนมา ?" หรือ "สบายดีไหม ?" เป็นต้น คำถามเหล่านี้บ่อยครั้งมักไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบอย่างเป็นทางการ (หรืออาจไม่ต้องการคำตอบเลยก็ได้) จนดูเหมือนกับเป็นคำทักทายเสียมากว่า
หลักจากที่คุณตอบคำถามผ่านการพิมพ์ข้อความบน Twitter จำนวน 140 ตัวอักษรแล้ว คนอื่น ๆ ก็จะสามารถเข้ามาอ่านข้อความของคุณได้ จากนั้นก็อาจจะนำข้อความของคุณไปเล่าสู่บุคคลอื่นต่อไป ซึ่งก็เท่ากับเป็นการสร้างเครือข่ายทางสังคมรูปแบบใหม่ ที่ง่าย กระชับ แต่รวดเร็วทันใจกว่ารูปแบบอื่น ๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้

ความหมายของคำว่า Twitter กับสัญลักษณ์นกตัวน้อย
คำว่า Twitter (ทวิตเตอร์) เป็นภาษาอังกฤษ มีรากศัพท์มาจากคำว่า Tweet (ทวีต) ซึ่งหมายถึงเสียงนกร้องหรืออาการที่นกกำลังส่งเสียงร้อง ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราได้เห็นสัญลักษณ์นกตัวน้อย ๆ สีฟ้ากำลังอ้าปากส่งเสียงร้อง พลางกางปีกบินอย่างน่าเอ็นดู
และด้วยความหมายตามรากศัพท์นี้ ส่งผลให้การพิมพ์ข้อความใน Twitter เปรียบได้กับการส่งข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ เหมือนเสียงนกที่เจื้อยแจ้ว พร้อม ๆ กับบินไปส่งเสียงให้นกตัวอื่นได้ยินอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

แล้วใครกันที่เป็นคนคิดสร้าง Twitter ?



คำถามนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2006 (เทียบเป็น พ.ศ. ก็คือปี 2549) หรือเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เพื่อนรัก 3 คนคือ นาย Jack Dorsey นาย Biz Stone และนาย Evan Williams ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท Obvious Corporation ได้รวมกันคิดบริการ Twitter ขึ้นมา ด้วยแนวคิดพื้นฐานจากคำถามสั้น ๆ ว่า What are you doing ? โดยพวกเขาได้แนวคิดมาจากการพิมพ์ข้อความสั้นบนโทรศัพท์มือถือ (SMS) นั่นเอง
บริการของ Twitter บนเว็บไซต์ http://www.twitter.com (ใครจะพิมพ์ว่า http://twitter.com ก็ได้ไม่ผิดกติกา) ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา และก็มีการนำบริการรูปแบบคล้ายคลึงกันไปใช้ในหลายประเทศ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยกับบริการ Noknok (นกนก) ซึ่งเป็นบริการหนึ่งของเว็บไซต์ http://www.sanook.com (เข้าไปใช้บริการได้ที่ http://noknok.sanook.com)

ติดตามเรื่องราวของ Twitter ต่อได้ใน Twitter (2)

ที่มา : หนังสือ เล่นเว็บสุดฮิต Twitter + Facebook, สำนักพิมพ์ ไอดีซี อินโฟ ดิสทริบิวเตอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด

อ่านต่อที่นี่...



ถ้าพูดถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์สุดฮิตในบ้านเราคงหนีไม่พ้น Hi5 (ที่ใครบางคนอาจเรียกมันว่า ฮิห้า) ที่รองๆ ลงไปก็อย่าง Facebook หรือ MySpace


พื้นที่เหล่านี้อำนวยให้ผู้ใช้สามารถแสดงความเป็นตัวเอง ได้อย่างเสรี ทั้งประวัติส่วนตัวอย่าง วันเกิด ที่อยู่ ที่ทำงาน เมล์ติดต่อ กระทั่งความสนใจ รูปถ่าย วีดีโอ รวมไปถึงเพื่อนฝูง คนรอบกายของเรา จุดขายของเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ ก็คือ การติดต่อเชื่อมโยงที่ไร้พรมแดน ไม่ว่าจะค้นหาเพื่อนเก่า หรือพบปะเพื่อนใหม่ อัพเดตข่าวสารระหว่างกัน ล้วนสะดวกดาย

แต่จุดขายก็กลายมาเป็นจุดอ่อน เมื่อสังคมออนไลน์นั้นเปิดกว้าง ทั้งสำหรับคนดี และคนไม่ดี ที่มักจ้องแต่จะหาประโยชน์ใส่ตัว โดยสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น วันดีคืนดี เราอาจพบว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรืออาจกลายเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพไปซะแล้วก็เป็นได้ กรณีตัวอย่างมีเยอะแยะมากมาย และไร้พรมแดนสมคำโฆษณา ทั้งการเอารูปเราไปตัดต่อเพื่อข่มขู่เรียกเงิน หรืออย่างอื่น... หรือซับซ้อนกว่านั้นแบบการจารกรรมข้อมูลส่วนตัว แล้วหลอกลวงให้เราเปิดเผยข้อมูล เอาไปสมัครบัตรเครดิตหรือยื่นขอสินเชื่อในชื่อของเรา

และอีกกรณีศึกษาที่ CNN เขาเอามาเปิดเผย เป็นเรื่องราวของผู้ใช้ Facebook (ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศมากกว่าบ้านเรา) ถูกมือดี แฮกบัญชีของเขาเข้าไปเปลี่ยนสถานะ (Status – ที่คนใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเราจะรู้กันดีว่า เพื่อนๆ ในบัญชีของเราจะต้องสังเกตเห็นแน่นอน) มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยถ้ามันเป็นข้อความประมาณ “ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เรามาเจอกัน” แต่ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็เพราะว่ามันกลายเป็น “แย่แล้ว ผมต้องการความช่วยเหลือด่วน” แบบนี้เพื่อนเราเห็นเข้า ไม่ว่าใครก็อดไม่ได้ต้องเข้ามาทักทาย ถามไถ่ใช่มั๊ย นี่ล่ะที่จะเป็นช่องทางให้พวกมิจฉาชีพที่คอยจังหวะอยู่แล้ว ปั้นเรื่องโกหกถึงความเดือนร้อนของเราขึ้นมา และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้รู้ไม่เท่าทันของเรา ซึ่งมักเป็นเงินนั่นแหละที่ถูกขอให้โอนผ่านบัญชี เป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ใครหลงเชื่อ โดยไม่ตรวจสอบก็็....เสร็จโจร

เราอาจจะเห็นว่าไอ่หมอนี่มันโง่เนอะ ไปโอนให้ง่ายๆ ได้ไง แต่ในมุมกลับ อย่าลืมว่าความประมาทในกรณีแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่าระบบนั้นมีความปลอดภัยสูง คงไม่คิดระแวงเพื่อนเราอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ข่าวนี้จึงทำให้คนเล่น Facebook รวมถึงผู้ใช้บริการสังคมออนไลน์อื่นๆ ตื่นตัวและตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวได้เป็นอย่างดี ก็อยากเตือนสติชาวไซเบอร์ในบ้านไว้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะน้องๆ เยาวชน ที่บางคนถึงขนาดติดงอมแงม เปิดคอมได้เมื่อไหร่ก็อัพเดตกันเมื่อนั้น ไม่ได้ห้ามไม่ให้เล่น แต่อยากให้รู้เท่าทันพวกนักต้มตุ๋น มิจฉาชีพพวกนี้ เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครคงไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีแน่

ทีนี้เรามาดูกันว่า พอจะมีวิธีอะไรที่ทำให้เราออนไลน์ได้แบบปลอดภัยขึ้นอีกนิด เจ้าหน้าที่ของ Facebook บอกว่า

- หากมีการขอเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นเพื่อเราหรือไม่ก็ตาม ให้ตรวจสอบข้อมูลก่อน โทรไปคุยกับเจ้าตัวเลยถ้าอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ในเวลานั้น หรือไม่ก็โทรไปเช็คกับเพื่อนๆ ที่รู้จักกันดู
- ให้เราตั้งรหัสผ่านที่สามารถเดาได้ยาก และไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกันในแต่ละชื่อบัญชี เพราะเมื่อพวกแฮกเกอร์แฮกเข้าบัญชีของเราได้อันนึง เขาจะใช้รหัสผ่านนั้นแหละไปลองดูกับชื่อบัญชีอื่นๆ ของเรา
- ใช้เวบเบราว์เซอร์ที่อัพเดตล่าสุด ที่มีเทคโนโลยีช่วยป้องกันพวกไม่ประสงค์ดีที่ส่งข้อความทางเมล์ เพื่อการโจรกรรมข้อมูล
- ใช้โปรแกรมต้านไวรัสและทำการอัพเดตอยู่เสมอ
- ตั้งรหัสผ่านใหม่ถ้าเราสงสัยว่ากำลังถูกแฮก
- สมัครอีเมล์มากกว่าหนึ่งชื่อบัญชี

เพิ่มเติมด้วยคำแนะนำจากเวบไซต์ BBC

- ให้หมั่นตรวจสอบข้อมูลสินเชื่อ และใบแจ้งรายการของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ
- รีบอายัดบัตรสำคัญต่าง ๆ ทันทีที่หายหรือถูกขโมย
- ทำลายเอกสารที่ไม่ใช่แล้วให้ละเอียด
- ไม่เปิดเผยรายละเอียดบัญชีธนาคารให้แก่คนแปลกหน้า
- ศึกษาระเบียบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เข้าใจ

ถึงแม้โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับเราจะมีน้อย แต่ภาษิตที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ยังใช้ได้ดีเสมอ จริงมั๊ย

ขอบคุณ: CNN.com, Blog Thai Salesian Sister


ที่มา : http://information.phuketindex.com/technology/it/138-social-network.html

อ่านต่อที่นี่...

Social Network คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเภทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น



ภาพประกอบโดย mandymaarten

สำหรับตัวอย่าง Social Network อื่น ๆ เช่น Hi5 หรือว่า Facebook ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น social network เต็มรูปแบบอีกอย่างหนึ่ง ที่ให้ผู้คนได้มามีพื้นที่ ได้ทำความรู้จักกันโดยเลือกได้ว่า ต้องการทำความรู้จักกับใคร หรือเป็นเพื่อนกับใคร

เมื่อหันมามองเว็บไซต์ไทย ๆ กันดูบ้าง หากมองว่าเว็บไซต์ Social Network ในไทย จะมีเว็บไหนได้บ้าง ลองดูเว็บไซต์ Social Network ที่มีความชัดเจนในเนื้อหาเฉพาะด้าน เช่น Social Network เรื่องท่องเที่ยว อย่างเว็บไซต์ odoza (โอโดซ่า) ที่ให้คนที่ชื่นชอบในเรื่องท่องเที่ยว ได้มาทำความรู้จักกัน ได้มีพื้นที่ให้ share รูปภาพ หรือวีดีโอคลิป ที่ตนเองได้ไปเที่ยวมาได้่

เขียนโดย เก่ง ในหมวด Glossary, Social Media Marketing


ที่มา : http://keng.com/2008/08/09/what-is-social-networking/

อ่านต่อที่นี่...



ทั้งเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ต่างตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี โดยอาศัยกระแสความนิยม ใช้ในการหลอกลวง เป็นเครื่องมือขโมยข้อมูล....


ขณะนี้ ดูเหมือนกระแสการใช้งานสังคมออนไลน์ เริ่มกลับมาสร้างสีสันให้กับสังคมไทยอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น คนทำงาน ผู้ใหญ่ นักวิชาการ สื่อมวลชน ศิลปิน ดารานักร้อง ไปจนถึง นายกรัฐมนตรี นักการเมือง ที่ขยับจากการใช้เครือข่ายเพื่อนออนไลน์อย่าง ไฮไฟว์ ได้ขยับปรับกลุ่มมาสู่เฟซบุ๊คที่โดดเด่นด้วยเกมแอพลิเคชัน และแอดออนที่เชื่อมเข้ากับ เว็บสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนคอนเทนท์ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ รูปภาพ หรือวิดีโอ รวมไปถึงความคิดเห็นส่วนตัว ที่ไปปรากฎบนหน้าสถานะ

ขณะเดียวกันเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ ยังใช้งานผ่านอุปกรณ์สื่อสารพกพา เช่น สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ อาทิ แพลตฟอร์ม ซิมเบียนโฟน วินโดวส์ โมบายล์ ไอโฟน แอนดรอยด์ และ แบล็กเบอรี่ ที่กำลังคู่คี่สูสีแย่งฐานผู้ใช้งานกันอยู่ เนื่องจากสามารถใช้งานไมโครบล็อกกิ้ง ทวิตเตอร์ ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ด้วยการที่สื่อสารกันผ่านตัวอักษร และเสริมการเชื่อมโยงอัลบัมภาพออนไลน์ และเว็บไซต์เฟซบุ๊ค ทำให้ไปเข้าตาเหล่าแฮกเกอร์ผู้ไม่หวังดี ที่มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ จากการหลอกลวง หรือ ล้วงความลับข้อมูลส่วนตัวผ่านสังคมออนไลน์



นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิค บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึง รายงานสถานการณ์อีเมล์ขยะประจำเดือน ก.ค.2552 ว่า ปริมาณอีเมล์ หรือ สแปมเมล์ ขยะยังคงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90% นอกจากสแปมเมอร์เกาะกระแสเหตุการณ์สำคัญ เช่น การเสียชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน วันชาติของสหรัฐฯ มาใช้จุดประเด็นความสนใจของผู้ใช้แล้ว สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่สแปมเมอร์ได้นำเทคนิคใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับสแปมรูปมา และยังอาศัยกระแสนิยมของ เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เช่น เฟซบุค หรือ ทวิตเตอร์ มาใช้ในการล่อลวงและแพร่กระจายหนอนไวรัส เพื่อหลอกล่อผู้ใช้งาน หรือ ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ตกเป็นเหยื่อ พร้อมขโมยเอาข้อมูลส่วนตัว

ที่ปรึกษาทางเทคนิค บ.ไซแมนเทคฯ อธิบายต่อว่า สแปมเมอร์จะใช้ทวิตเตอร์มาหลอกล่อเหยื่อให้ติดกับการโจมตีด้วยวิธีการส่งข้อความหลอกลวง หรือ ฟิชชิ่ง และเมื่อเร็วๆ นี้ ไซแมนเทคสังเกตเห็นการจู่โจมลักษณะเดียวกันในระลอก 2 ครั้งนี้เป็นการแอบอ้างชื่อทวิตเตอร์ เพื่อส่งอีเมล์เชิญชวนที่มาพร้อมหนอนไวรัส ที่พร้อมแพร่กระจายโดยการส่งอีเมล์จำนวนมาก โดยข้อความที่ไซแมนเทคสังเกตพบนั้น ถูกส่งโดยบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ แต่สิ่งที่แตกต่างจากการส่งข้อความบนทวิตเตอร์ของจริง คือ ในข้อความเชิญชวนนั้น จะไม่มีลิงค์เชิญชวนปรากฏอยู่ในเนื้อหา

นายนพชัย อธิบายเสริมว่า สิ่งที่ปรากฏกลับกลายเป็นไฟล์แนบในรูปของ .zip แทน ที่ชวนให้ผู้รับเข้าใจว่าเป็นการ์ดเชิญแนบมาด้วย และการ์ด .zip นี่แหละ คือ การคุกคามจากหนอนไวรัสประเภท W32.Ackantta.B@mm ที่มีการตรวจพบเป็นครั้งแรกในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และเป็นไวรัสประเภทอีการ์ด โดย W32.Ackantta.B@mm โดยจะแพร่กระจายด้วยการส่งอีเมล์จำนวนมาก จากเครื่องที่ติดไวรัส อีกทั้งยังแพร่กระจายด้วยการทำสำเนาตัวเอง ไปอยู่ในไดร์ฟที่มีผู้นำมาต่อกับเครื่อง รวมถึงในโฟลเดอร์ที่มีการใช้งานร่วมกัน

ขณะที่ ศูนย์วิจัย เทรนด์ แล็ปส์ บริษัทเทรนด์ ไมโคร อิงค์ ได้รายงานระบุว่า เว็บไซต์ไมโครบล็อกกิ้งทวิตเตอร์ (http://www.twitter.com/) ยังคงได้รับความนิยมในบรรดาผู้เล่นสังคมออนไลน์ต่อไป บรรดาผู้ใช้งานก็ยังคงได้รับคำเชิญ และอีเมล์อัพเดทต่างๆ จากผู้อื่น และบรรดาสแปมเมอร์ก็จะยังคงใช้ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ประเภทเครือข่ายเชิงสังคมต่างๆ ที่ได้รับความนิยม เป็นช่องทางในการล่อลวงต่อไป โดยในกรณีที่อาชญากรไซเบอร์ไม่ได้ใช้ช่องโหว่ซีโร่เดย์ในการโจมตี พวกเขาจะเลือกใช้ความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นของทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือมากกว่า



รายงานของเทรนด์ แล็ปส์ อธิบายอีกว่า ที่ผ่านมาพบว่า หนอนอินเทอร์เน็ต KOOBFACE ที่ตรวจพบในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้พุ่งเป้าโจมตีไปที่ทวิตเตอร์ และในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังพบด้วยว่าการโจมตีในลักษณะนี้กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก

รายงานของเทรนด์ แล็ปส์ อธิบายด้วยว่า จากการศึกษาล่าสุดพบว่า หนอนในตระกูลนี้ได้รับการพัฒนาให้ยากต่อการกำจัด อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงอันตรายของ การทวิต หรือ ข้อความที่ส่งขึ้นไปบนทวิตเตอร์ ที่จะมีการแสดงข้อความการลงทะเบียนซอฟต์แวร์บำรุงรักษา ที่คล้ายกับโปรแกรมป้องกันไวรัสลวง และจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมยังพบด้วยว่าเว็บไซต์แห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่เก็บซอฟต์แวร์ปลอมแล้ว ยังมีเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ส่งทวิตได้ในปริมาณมากอีกด้วย



นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่ต้องระมัดระวังมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในการใช้งานเว็บไซต์ชื่อดังทั้งเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ เพราะยิ่งได้รับความนิยมมีจำนวนผู้ใช้งานมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นที่หมายปองของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ และแฮกเกอร์ ที่มุ่งขโมยข้อมูลส่วนตัว และแพร่กระจายมัลแวร์ร้ายต่างๆ ไปฝังตัวอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการใช้เพื่อดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือหวังในทรัพย์สิน และการที่เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นของใหม่ การป้องกันของโปรแกรมระบบความปลอดภัย อาจจะยังตามไม่ทัน จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวัง และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ จะเป็นการดีที่สุด...

จุลดิส รัตนคำแปง
itdigest@thairath.co.th

บทความจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 14 สิงหาคม 2552


ที่มา : http://www.bcoms.net/article/detail.asp?id=890>

อ่านต่อที่นี่...